คำถามเกี่ยวกับยา
โดย วันทนีย์ โลหะประกิตกุล
เรื่อง : ริทูซิแมบ (Rituximab)
1. รักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน (NHL; Non-Hodgkin Lymphomas)
2. รักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวซีแอลแอล (CLL; Chronic Lymphocytic Leukemia)
3. รักษาโรคข้อรูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) ที่รุนแรงขั้นปานกลางถึงขั้นรุนแรงร่วมกับยา Methotrexate
4. รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดเวเกเนอร์สแทรนูโลมาโทซิส (WG; Wegener’s Granulomatosis) หรือโรคหลอดเลือดอักเสบที่มีก้อนเนื้อเกิดร่วมด้วย
5. รักษาโรคหลอดเลือดอักเสบชนิดไมโครสโกปิกโพลีแอนไจทิส (MPA; Microscopic Polyangiitis) ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับการแพ้ภูมิตัวเองชนิดหนึ่งทำให้เกิดการอักเสบและการตายของเส้นเลือดฝอย ใช้ร่วมกับยากลุ่มกลูโคคอร์ติคอยด์ส (Glucocorticoids)
ยาริทูซิแมบอาจก่อให้เกิดผลไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา เช่น ท้องเสีย ปวดข้อ ปวดหลัง ใบหน้าแดง เหงื่อออกขณะนอนหลับ รู้สึกวิตกกังวล น้ำมูกไหล หากอาการเหล่านี้ไม่ดีขึ้นหรือมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้นให้รีบไปพบแพทย์
ส่วนอาการไม่พึงประสงค์อย่างรุนแรง เช่น การเกิดอาการเลือดไหลตามอวัยวะต่างๆ (เช่น เหงือก) เจ็บคอ/คออักเสบ มีไข้ หนาวสั่น หรือมีอาการเหมือนเกิดการติดเชื้อ ปวดหู มีอาการปวดเวลาปัสสาวะ เกิดการบวมแดงที่ผิวหนัง หรืออาการปวดตึงตามตัว มีอาการปวดแน่นบริเวณหน้าอก หรือหากใช้ยาแล้วเกิดอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นคัน เปลือกตา/หนังตา ริมฝีปากบวม หายใจลำบาก ให้รีบไปพบแพทย์
- ยากดภูมิคุ้มกันอื่นๆ: ไม่ควรใช้ยาริทูซิแมบร่วมกับยากดภูมิคุ้มกันหรือยาต้าน/รักษามะเร็ง เช่น ยา Adalimumab, Certolizumab, Cisplatin, Etanercept, Golimumab, Inflizimab, Azthioprine, Cyclosporin, Silorimus และ Tacrolimus เนื่องจากจะทำให้ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำลงไปอีกจนอาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย
- ระหว่างที่ใช้ยาริทูซิแมบ ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงการรับวัคซีนด้วย จึงต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนการฉีดวัคซีนต่างๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้ยานี้หากตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพราะยาริทูซิแมบสามารถก่ออันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยหญิงที่ใช้ยานี้ควรได้รับการคุมกำเนิดระหว่างการใช้ยานี้และต่อเนื่องหลังจากใช้ยานี้ไปนานอีก 12 เดือน